สำหรับภาพลักษณ์ของ Think Pad ที่ดูทึมๆ แต่แข็งแรงทนทานนั้น Lenovo ได้ฉีกภาพลักษณ์ของ ThinkPad อย่างสิ้นเชิง โดยซีรีส์ใหม่อย่าง "ThinkPad Edge" ที่มาพร้อมกับ 2 สีสันใหม่ได้แก่ Midnight Black-Smooth และ Heatwave Red-Glossy ซึ่ง ณ วันนี้ทาง Lenovo ได้เปิดตัวสินค้าใหม่อีก 3 รุ่นคือ ThinkPad Edge 11, ThinkPad Edge 13 และ ThinkPad Edge 14
โน้ต บุ๊กแบบอัลตร้าพอร์ตเทเบิ้ล (Ultraportable) นั้นตอบสนองกับชีวิตไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยภาพลักษณ์อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะกับแวดวงธุรกิจสักเท่าไหร่ Lenovo ได้ทำลายข้อจำกัดเหล่านั้นโดยการนำเสนอ ThinkPad Edge 11 โน้ตบุ๊กแบบอัลตร้าพอร์ตเทเบิ้ลที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว แต่ยังคงไว้ถึงประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ชื่อ ThinkPad ได้เป็นอย่างดี

สำหรับตัวเครื่องเริ่มจากวัสดุด้านนอก เนื่องจากทาง Lenovo เลือกใช้แบบ ABS ทำให้ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก ส่วนของบานพับนั้นก็แข็งแรงดีทำให้สามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว แต่ฝาจะไม่มีเขี้ยวล็อกเหมือน Thinkpad รุ่นอื่นๆ มาดูรอบตัวเครื่องบ้าง Lenovo มีพอร์ตให้คือ VGA-1 พอร์ต สำหรับการต่อผ่านโปรเจ๊กเตอร์แบบเก่า HDMI 1 พอร์ตสำหรับการต่อผ่าน LCD TV หรือ LED TV Gigabit Ethernet-1 พอร์ต USB 3 พอร์ต ซึ่งจะมีอยู่ 1 พอร์ตที่มีสีเหลืองจะมีคุณสมบัติที่ช่วยในการชาร์จอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ได้ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเครื่องก็ตาม ซึ่งคุณสามารถเลือกได้จากในไบออส (BlackBerry, iPod/iPhone และ Other USB devices) Mic (microphone)/speaker ร่วมกัน 1 พอร์ต และสุดท้าย 4-in-1 card reader (MMC, SD, MS and MS-Pro)
คราว นี้ไล่จะบนลงล่าง มาดูที่ขนาดของของจอก่อน ThinkPad EDGE 11 นั้นใช้เป็นจอ HD LED ขนาด 11.6" มีทั้งแบบ Glossy และ Antiglare ทั้งสองแบบนั้นต่างมี resolution ขนาด 1366 x 768 ที่อัตราส่วน 16:9 สำหรับด้านบนของจอมีเว็บแคมที่ทำงานได้แม้ในที่มีแสงน้อยมาให้ด้วย
ถัด มาเป็นส่วนของคีย์บอร์ด ThinkPad Edge 11 ใช้คีย์บอร์ดเป็นแบบสไตล์ Chiclet ที่กันน้ำได้ ซึ่งจะต่างจาก Thinkpad รุ่นอื่นๆ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องทำกาแฟหกเวลาไปทำงานนอกสถานที่ และในรุ่นนี้ยังได้ปรับให้ปุ่ม Fn และ Ctrl มีขนาดเท่ากันด้วย ทั้งนี้เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากให้ปุ่ม Fn อยู่ข้างนอก แล้วให้ปุ่ม Ctrl อยู่ข้างใน หรือไม่ก็สลับ ซึ่งเรื่องนี่ไม่มีปัญหาเพราะคุณสามารถปรับแต่งได้จากในไบออส ส่วนปุ่มฟังก์ชันอื่นๆ นั้นสามารถกดเพื่อใช้ฟังก์ชั่นบนปุ่มแถวบนได้เลย เช่น การเพิ่มลดเสียง การปรับความสว่างของจอ การเปิด-ปิดไมโครโฟน ฯลฯ
แ
ละ ที่ขาดไม่ได้เพราะเป็นเอกลักษณ์ของ ThinkPad เลยก็คือ TrackPoint ซึ่ง Lenovo ได้เลือกใช้ UltraNav Trackpoint ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้น และแข็งแรงกว่าเก่า แต่ถ้าใครไม่ถนัด Trackpoint ก็สามารถใช่ Touchpad แบบ Multi-gesture หรือ Multi-touch แทนก็ได้
สำหรับภายในเครื่อง ThinkPad Edge 11 มาพร้อมกับซีพียู Core i3-380UM ที่เป็นซีพียูแบบ Ultra-low voltage (ULV) ที่คุณมั่นใจได้ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน โดยซีพียูตัวนี้ทำงานอยู่ที่ความเร็ว 1.33 กิกะเฮิร์ตซ์ พร้อมเทคโนโลยี Hyper Threading ที่จะทำให้ซีพียูประมวลผลได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับแคช 3 ระดับที่มีอยู่ในตัวซีพียู คือ ระดับที่ 1 64 KB ระดับที่ 2 256 KB แยกแต่ละคอร์ และระดับที่ 3 ที่ใช้งานร่วมกันระหว่างคอร์อีก 3 MB ด้วยแล้ว ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน
ในส่วนหน่วยความ จำนั้นเป็นแบบ DDR 3 ที่ให้มาถึง 4 GB ทำให้การทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Lenovo ENCHANCED EXPERIENCE ที่พัฒนามาเพื่อ Windows 7 เป็นความร่วมมือระหว่าง Lenovo และ Microsoft ที่ช่วยกันปรับปรุงให้ Windows 7 ที่ทำงานบนโน้ตบุ๊ก ThinkPad สามารถบูตเครื่องได้เร็วขึ้น 57% และใช้เวลาปิดเครื่องเพียง 5 วินาทีเท่านั้น
นอก เหนือจากนั้นแล้ว ThinkPad Edge 11 ยังมีเทคโนโลยี ThinkVantage ที่ได้รวมเอาฟังก์ชั่นในการกู้คืนข้อมูลหากเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่ได้มีการลงทุนทางด้านไอทีเหมือนกับบริษัท ใหญ่ๆ นั้นมั่นใจได้ว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วจะสามารถกู้ระบบในยามที่เครื่องของคุณประสบปัญหา ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีระบบ Active Protection System ที่จะหยุดการทำงานของ HDD หากมีการสั่นสะเทือนหรือตกหล่นได้
เชื่อได้ ผู้ว่าใช้จะได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ง่ายภายใต้การออกแบบชั้นเลิศที่ คุณจะหาไม่ได้จากคู่แข่งอย่างแน่นอน แต่ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นโน้ตบุ๊กที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในองค์กรอยู่ดี และผู้ใช้ยังได้ภาพลักษณ์ของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานได้เป็นอย่างดี เพราะ ThinkPad Edge 11 ได้รับมาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่าง EPEAT GOLD, ENERGY STAR 5.0 และ RoHS เป็นการรับประกันอีกด้วย
ThinkPad Edge 14
ใน ช่วงแรกของการเปิดตัว ThinkPad EDGE นั้นทาง Lenovo ได้นำเสนอโน้ตบุ๊กสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มืทางเลือกมากขึ้นโดย รุ่นก่อนนี้คือ ThinkPad EDGE 13 ที่มีประสิทธิภาพ ความแข็งแรง ทนทาน มีดีไซน์ทันสมัยและแป้นพิมพ์ที่น่าอัศจรรย์ในราคาเบาๆ และในวันนี้ Lenovo ก็ได้ส่ง ThinkPad Edge 14 ออกมาสู่ตลาดอีกครั้งสำหรับคนที่ต้องการจอที่ใหญ่ขึ้น
ดี ไซน์สำหรับคนที่เคยเห็นสีต่างๆ ของThinkPad EDGE 13 นั้น ThinkPad EDGE 14 เองก็มีให้เลือก 2 สีเช่นเดียวกันคือ Midnight Black และ Heatwave Red และ Lenovo ได้ออกแบบให้ด้านข้างมีกรอบสีเงินตัด เพิ่มสไตล์ให้ดูดียิ่งขึ้น น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงของฝาพลาสติกแบบ ABS และที่เด่นที่สุดก็คือ โลโก้ ThinkPad ที่อยู่ทั้งด้านในและด้านนอก โดยโลโก้ที่อยู่ด้านนอกนั้นจะมี LED แสดงไฟบอกสถานะในขณะที่เครื่องทำงานอยู่ด้วย โดย ในขณะที่ใช้งานปกติ ไฟสีแดงก็จะติดค้างไว้ แต่ถ้าอยู่ใน Sleep Mode ก็จะมีการกระพริบ
Keyboard และ Touchpad
สำหรับ Lenovo ThinkPad นั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วในของความแข็งแรงทนทานของคีย์บอร์ด แต่ให้เข้ากับดีไซน์ใหม่ ใน Edge 14 นี้คีย์บอร์ดจะเป็นแบบสไตล์ Chiclet ที่กันน้ำได้ เชื่อมั่นได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การพิมพ์ที่ดีที่สุดที่เคยใช้โน้ตบุ๊ กอย่างแน่นอน
มาดูทางด้าน TrackPoint บ้าง โดย Edge 14 ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็น ThinkPad เหมือนเดิม เพราะ Lenovo ยังคงใส่ UltraNav Trackpoint อยู่ระหว่างตัวปุ่ม G และปุ่ม H ดังนั้นใครที่เคยใช้ ThinkPad ก็จะไม่มีปัญหาในการใช้งาน แต่ถ้าคุณไม่ชอบ Trackpoint จะใช้ Touchpad ที่ซับพอร์ทมัลติทัช ขนาด 3.6 x 2.1 นิ้ว แทนก็ได้เช่นกัน
จอมอนิเตอร์และคุณภาพเสียง
Edge 14 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ HD LED ขนาด 14 นิ้ว ขนาดแสดงผล 1366 x 768 16:9 หน้าจอให้สีสดใสและภาพที่คมชัด สามารถดูไฟล์ WMV HD 1080p ได้อย่างสบายๆ ส่วนดูหนังดีวีดีให้ภาพที่คมชัดแม้ในขณะที่ดูฉากมืดๆ ส่วนลำโพงระบบเสียงสเตอริโอและชิพสังเคราะห์เสียงที่สนับสนุนระบบ HD นั้น ช่วยเพิ่มอรรถรถในการดูหนังได้เป็นอย่างดีสำหรับโน้ตบุ๊กเพื่อใช้งานทางด้าน ธุรกิจ
พอร์ตและเว็บแคม
ถือ ได้ว่า Lenovo ได้ออกแบบการวางพอร์ตต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี ด้านขวาของ Edge 14 มีพอร์ต USB 1 พอร์ตและไดรฟ์ดีวีดี ในขณะที่ด้านหลังก็มีพอร์ต USB อีก 1 พอร์ต ส่วนด้านซ้ายจะประกอบไปด้วยพอร์ตอีเธอร์เน็ต, VGA, HDMI, สล็อต ExpressCard/34, ไมค์/ใช้ร่วมกับแจ็คลำโพง, พอร์ต USB ที่มีสีเหลือง1 พอร์ต ซึ่งเป็นพอร์ตที่มีคุณสมบัติช่วยในการชาร์จอุปกรณ์ต่างๆได้ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเครื่องก็ตาม เช่น BlackBerry, iPod/iPhone และ USB devices, อื่นๆ และพอร์ตผสมระหว่าง eSATA / พอร์ต USB 1 พอร์ต (รวมแล้วมีพอร์ตสำหรับ USB ให้ถึง 4 พอร์ตเลยทีเดียว) ส่วนด้านหน้าจะมี 7-in-1 card reader (MMC, SD, MS, MS Pro, xD, SDHC) สำหรับอ่านการ์ดหน่วยความจำต่างๆ
นอก จากนี้ยังมีเว็บแคมขนาด 2 ล้านพิกเซลเป็นแบบรุ่นที่สามารถทำงานได้แม้ว่าจะมีแสงน้อย สามารถแสดงรายละเอียดภาพ ความคมชัดได้เป็นอย่างดีในขณะที่สนทนาทางวิดีโอใน Skype หรือการประชุมทางอินเตอรืเน็ตอื่นๆ
ซีพียู แรม และกราฟิก
Edge 14 ใช้ซีพียูของอินเทล Core i5-430M (2.26GHz, 3MB L3 cache) หน่วยความจำมาพร้อมกับเครื่อง DDR3 2 GB มีกราฟิกการ์ดแยกเป็น ATi Radeon HD 5145 (512 MB DDR3) ฮาร์ดดิสก์ 7200 RPM ขนาด 500 GB พร้อมทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Lenovo ENCHANCED EXPERIENCE ซึ่งเป็น Windows 7 ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Lenovo และ Microsoft ที่ช่วยกันพัฒนาให้ Windows 7 บนโน้ตบุ๊ก ThinkPad สามารถบูตเครื่องได้เร็วขึ้น 57% และใช้เวลาปิดเครื่องได้เพียง 5 วินาทีเท่านั้น
ซอฟต์แวร์พิเศษอื่นๆ
นอก จากนี้แล้ว Edge 14 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี ThinkVantage ที่น่าสนใจประกอบไปด้วยระบบ Power Manager ระบบการจัดการการเข้าการเชื่อมต่อไร้สาย(802.11n) ระบบ Active Protection System ที่จะหยุดการทำงานของ HDD หากเกิดการสั่นสะเทือนหรือตกหล่น ระบบการกู้คืนข้อมูล ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่ได้มีการลงทุนทางด้าน ไอทีเหมือนกับบริษัทใหญ่ๆ นั้นมั่นใจได้ว่า โน้ตบุ๊กที่คุณใช้จะสามารถแก้ไขปัญหาด้านไอทีเบื้องต้นได้เอง
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
สำหรับ คนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้ม Edge 14 ได้รับมาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่าง EPEAT GOLD, ENERGY STAR 5.0 และ RoHS ดังนั้นการเลือกใช้ Edge 14 นอกจากคุณจะได้โน้ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมแล้วยังช่วยอนุรักษ์สภาพแวด ล้อมโลกอีกด้วย
จาก arip