Asus K42JV โน้ตบุ๊กราคาสุดคุ้มจากรายการแบไต๋ไฮเทคกับสเปกครบๆ แบบนี้

Posted on 2010-Nov-22 at 10:37
Asus K42JV
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจครับ แต่ตอนนี้ Asus K42JV จำหน่ายหมดแล้วครับ ทางแบไต๋จะพยายามหาข้อเสนอดีๆแบบนี้มาบริการแฟนๆรายการอีกนะคร้าบ

ทุกเครื่องใช้งานเพียง 10 ชั่วโมงภายในงาน WCG2010 โดยใช้แข่งเกมแบบไม่ได้สัมผัสตัวเครื่อง คีย์บอร์ด ทัชแพดหรือใดๆ เพราะใช้โน้ตบุ๊กเป็น CPU ต่อจอ, เมาส์และคีย์บอร์ดแยกออกมา

สินค้า เหมือนใหม่ ผ่านทดสอบการทำงานมาแล้วว่าไม่มีปัญหา จากราคาปกติ 28,900 บาท แต่แบไต๋ไฮเทคลดให้เกือบ 4,000 บาทเหลือเพียง 25,000 บาทเท่านั้น!


Asus K42JV โน้ตบุ๊กราคาสุดคุ้มจากรายการแบไต๋ไฮเทคกับสเปกครบๆ แบบนี้
Asus K42JV
@beartai

ThinkPad Edge สำหรับลุยงานนอกสถานที่ได้ทุกรูปแบบ

Posted on 2010-Nov-15 at 08:39
สำหรับภาพลักษณ์ของ Think Pad ที่ดูทึมๆ แต่แข็งแรงทนทานนั้น Lenovo ได้ฉีกภาพลักษณ์ของ ThinkPad อย่างสิ้นเชิง โดยซีรีส์ใหม่อย่าง "ThinkPad Edge" ที่มาพร้อมกับ 2 สีสันใหม่ได้แก่ Midnight Black-Smooth และ Heatwave Red-Glossy ซึ่ง ณ วันนี้ทาง Lenovo ได้เปิดตัวสินค้าใหม่อีก 3 รุ่นคือ ThinkPad Edge 11, ThinkPad Edge 13 และ ThinkPad Edge 14

ThinkPad Edge 11

โน้ต บุ๊กแบบอัลตร้าพอร์ตเทเบิ้ล (Ultraportable) นั้นตอบสนองกับชีวิตไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยภาพลักษณ์อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะกับแวดวงธุรกิจสักเท่าไหร่ Lenovo ได้ทำลายข้อจำกัดเหล่านั้นโดยการนำเสนอ ThinkPad Edge 11 โน้ตบุ๊กแบบอัลตร้าพอร์ตเทเบิ้ลที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว แต่ยังคงไว้ถึงประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ชื่อ ThinkPad ได้เป็นอย่างดี

ThinkPad Edge

สำหรับตัวเครื่องเริ่มจากวัสดุด้านนอก เนื่องจากทาง Lenovo เลือกใช้แบบ ABS ทำให้ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก ส่วนของบานพับนั้นก็แข็งแรงดีทำให้สามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว แต่ฝาจะไม่มีเขี้ยวล็อกเหมือน Thinkpad รุ่นอื่นๆ มาดูรอบตัวเครื่องบ้าง Lenovo มีพอร์ตให้คือ VGA-1 พอร์ต สำหรับการต่อผ่านโปรเจ๊กเตอร์แบบเก่า  HDMI 1 พอร์ตสำหรับการต่อผ่าน LCD TV หรือ LED TV Gigabit Ethernet-1 พอร์ต USB 3 พอร์ต ซึ่งจะมีอยู่ 1 พอร์ตที่มีสีเหลืองจะมีคุณสมบัติที่ช่วยในการชาร์จอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ได้ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเครื่องก็ตาม ซึ่งคุณสามารถเลือกได้จากในไบออส  (BlackBerry, iPod/iPhone และ Other USB devices) Mic (microphone)/speaker ร่วมกัน 1 พอร์ต และสุดท้าย 4-in-1 card reader (MMC, SD, MS and MS-Pro)

คราว นี้ไล่จะบนลงล่าง มาดูที่ขนาดของของจอก่อน ThinkPad EDGE 11 นั้นใช้เป็นจอ HD LED ขนาด 11.6" มีทั้งแบบ Glossy และ Antiglare ทั้งสองแบบนั้นต่างมี resolution ขนาด 1366 x 768 ที่อัตราส่วน 16:9 สำหรับด้านบนของจอมีเว็บแคมที่ทำงานได้แม้ในที่มีแสงน้อยมาให้ด้วย

ThinkPad Edge 11

ถัด มาเป็นส่วนของคีย์บอร์ด ThinkPad  Edge 11 ใช้คีย์บอร์ดเป็นแบบสไตล์ Chiclet ที่กันน้ำได้ ซึ่งจะต่างจาก Thinkpad รุ่นอื่นๆ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องทำกาแฟหกเวลาไปทำงานนอกสถานที่ และในรุ่นนี้ยังได้ปรับให้ปุ่ม Fn และ Ctrl มีขนาดเท่ากันด้วย ทั้งนี้เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากให้ปุ่ม Fn อยู่ข้างนอก แล้วให้ปุ่ม Ctrl อยู่ข้างใน หรือไม่ก็สลับ ซึ่งเรื่องนี่ไม่มีปัญหาเพราะคุณสามารถปรับแต่งได้จากในไบออส ส่วนปุ่มฟังก์ชันอื่นๆ นั้นสามารถกดเพื่อใช้ฟังก์ชั่นบนปุ่มแถวบนได้เลย เช่น การเพิ่มลดเสียง การปรับความสว่างของจอ การเปิด-ปิดไมโครโฟน ฯลฯ

ThinkPad Edge 11

ละ ที่ขาดไม่ได้เพราะเป็นเอกลักษณ์ของ ThinkPad เลยก็คือ TrackPoint ซึ่ง Lenovo ได้เลือกใช้ UltraNav Trackpoint ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้น และแข็งแรงกว่าเก่า แต่ถ้าใครไม่ถนัด Trackpoint ก็สามารถใช่ Touchpad แบบ Multi-gesture หรือ Multi-touch แทนก็ได้

สำหรับภายในเครื่อง ThinkPad  Edge 11 มาพร้อมกับซีพียู Core i3-380UM ที่เป็นซีพียูแบบ Ultra-low voltage (ULV) ที่คุณมั่นใจได้ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน โดยซีพียูตัวนี้ทำงานอยู่ที่ความเร็ว 1.33 กิกะเฮิร์ตซ์ พร้อมเทคโนโลยี Hyper Threading ที่จะทำให้ซีพียูประมวลผลได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับแคช 3 ระดับที่มีอยู่ในตัวซีพียู คือ ระดับที่ 1 64 KB  ระดับที่ 2 256 KB แยกแต่ละคอร์ และระดับที่ 3 ที่ใช้งานร่วมกันระหว่างคอร์อีก 3 MB ด้วยแล้ว ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

ในส่วนหน่วยความ จำนั้นเป็นแบบ DDR 3 ที่ให้มาถึง 4 GB ทำให้การทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Lenovo ENCHANCED EXPERIENCE ที่พัฒนามาเพื่อ Windows 7 เป็นความร่วมมือระหว่าง Lenovo และ Microsoft ที่ช่วยกันปรับปรุงให้ Windows 7 ที่ทำงานบนโน้ตบุ๊ก ThinkPad สามารถบูตเครื่องได้เร็วขึ้น 57% และใช้เวลาปิดเครื่องเพียง 5 วินาทีเท่านั้น

นอก เหนือจากนั้นแล้ว ThinkPad Edge 11 ยังมีเทคโนโลยี ThinkVantage ที่ได้รวมเอาฟังก์ชั่นในการกู้คืนข้อมูลหากเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่ได้มีการลงทุนทางด้านไอทีเหมือนกับบริษัท ใหญ่ๆ นั้นมั่นใจได้ว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วจะสามารถกู้ระบบในยามที่เครื่องของคุณประสบปัญหา ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีระบบ Active Protection System ที่จะหยุดการทำงานของ HDD หากมีการสั่นสะเทือนหรือตกหล่นได้

เชื่อได้ ผู้ว่าใช้จะได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ง่ายภายใต้การออกแบบชั้นเลิศที่ คุณจะหาไม่ได้จากคู่แข่งอย่างแน่นอน แต่ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นโน้ตบุ๊กที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในองค์กรอยู่ดี และผู้ใช้ยังได้ภาพลักษณ์ของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานได้เป็นอย่างดี เพราะ ThinkPad  Edge 11 ได้รับมาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่าง EPEAT GOLD, ENERGY STAR 5.0 และ RoHS เป็นการรับประกันอีกด้วย

ThinkPad Edge 14

ใน ช่วงแรกของการเปิดตัว ThinkPad EDGE นั้นทาง Lenovo ได้นำเสนอโน้ตบุ๊กสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มืทางเลือกมากขึ้นโดย รุ่นก่อนนี้คือ ThinkPad EDGE 13 ที่มีประสิทธิภาพ ความแข็งแรง ทนทาน มีดีไซน์ทันสมัยและแป้นพิมพ์ที่น่าอัศจรรย์ในราคาเบาๆ และในวันนี้ Lenovo ก็ได้ส่ง ThinkPad Edge 14 ออกมาสู่ตลาดอีกครั้งสำหรับคนที่ต้องการจอที่ใหญ่ขึ้น

ThinkPad Edge

ดี ไซน์สำหรับคนที่เคยเห็นสีต่างๆ ของThinkPad EDGE 13 นั้น ThinkPad EDGE 14 เองก็มีให้เลือก 2 สีเช่นเดียวกันคือ Midnight Black และ Heatwave Red และ Lenovo ได้ออกแบบให้ด้านข้างมีกรอบสีเงินตัด เพิ่มสไตล์ให้ดูดียิ่งขึ้น น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงของฝาพลาสติกแบบ ABS และที่เด่นที่สุดก็คือ โลโก้ ThinkPad ที่อยู่ทั้งด้านในและด้านนอก โดยโลโก้ที่อยู่ด้านนอกนั้นจะมี LED แสดงไฟบอกสถานะในขณะที่เครื่องทำงานอยู่ด้วย โดย ในขณะที่ใช้งานปกติ ไฟสีแดงก็จะติดค้างไว้ แต่ถ้าอยู่ใน Sleep Mode ก็จะมีการกระพริบ

ThinkPad Edge

Keyboard และ Touchpad

สำหรับ Lenovo ThinkPad นั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วในของความแข็งแรงทนทานของคีย์บอร์ด แต่ให้เข้ากับดีไซน์ใหม่ ใน Edge 14 นี้คีย์บอร์ดจะเป็นแบบสไตล์ Chiclet ที่กันน้ำได้ เชื่อมั่นได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การพิมพ์ที่ดีที่สุดที่เคยใช้โน้ตบุ๊ กอย่างแน่นอน

มาดูทางด้าน TrackPoint บ้าง โดย Edge 14 ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็น ThinkPad เหมือนเดิม เพราะ Lenovo ยังคงใส่ UltraNav Trackpoint อยู่ระหว่างตัวปุ่ม G และปุ่ม H ดังนั้นใครที่เคยใช้ ThinkPad ก็จะไม่มีปัญหาในการใช้งาน แต่ถ้าคุณไม่ชอบ Trackpoint จะใช้ Touchpad ที่ซับพอร์ทมัลติทัช ขนาด 3.6 x 2.1 นิ้ว แทนก็ได้เช่นกัน

จอมอนิเตอร์และคุณภาพเสียง

Edge 14 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ HD LED ขนาด 14 นิ้ว ขนาดแสดงผล 1366 x 768 16:9 หน้าจอให้สีสดใสและภาพที่คมชัด สามารถดูไฟล์ WMV HD 1080p ได้อย่างสบายๆ ส่วนดูหนังดีวีดีให้ภาพที่คมชัดแม้ในขณะที่ดูฉากมืดๆ ส่วนลำโพงระบบเสียงสเตอริโอและชิพสังเคราะห์เสียงที่สนับสนุนระบบ HD นั้น ช่วยเพิ่มอรรถรถในการดูหนังได้เป็นอย่างดีสำหรับโน้ตบุ๊กเพื่อใช้งานทางด้าน ธุรกิจ

พอร์ตและเว็บแคม

ถือ ได้ว่า Lenovo ได้ออกแบบการวางพอร์ตต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี ด้านขวาของ Edge 14 มีพอร์ต USB 1 พอร์ตและไดรฟ์ดีวีดี ในขณะที่ด้านหลังก็มีพอร์ต USB อีก 1 พอร์ต ส่วนด้านซ้ายจะประกอบไปด้วยพอร์ตอีเธอร์เน็ต, VGA, HDMI, สล็อต ExpressCard/34, ไมค์/ใช้ร่วมกับแจ็คลำโพง, พอร์ต USB ที่มีสีเหลือง1 พอร์ต ซึ่งเป็นพอร์ตที่มีคุณสมบัติช่วยในการชาร์จอุปกรณ์ต่างๆได้ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเครื่องก็ตาม เช่น BlackBerry, iPod/iPhone และ USB devices, อื่นๆ และพอร์ตผสมระหว่าง eSATA / พอร์ต USB 1 พอร์ต (รวมแล้วมีพอร์ตสำหรับ USB ให้ถึง 4 พอร์ตเลยทีเดียว) ส่วนด้านหน้าจะมี 7-in-1 card reader (MMC, SD, MS, MS Pro, xD, SDHC) สำหรับอ่านการ์ดหน่วยความจำต่างๆ 

นอก จากนี้ยังมีเว็บแคมขนาด 2 ล้านพิกเซลเป็นแบบรุ่นที่สามารถทำงานได้แม้ว่าจะมีแสงน้อย สามารถแสดงรายละเอียดภาพ ความคมชัดได้เป็นอย่างดีในขณะที่สนทนาทางวิดีโอใน Skype หรือการประชุมทางอินเตอรืเน็ตอื่นๆ

ซีพียู แรม และกราฟิก

Edge 14 ใช้ซีพียูของอินเทล Core i5-430M (2.26GHz, 3MB L3 cache) หน่วยความจำมาพร้อมกับเครื่อง DDR3 2 GB มีกราฟิกการ์ดแยกเป็น ATi Radeon HD 5145 (512 MB DDR3) ฮาร์ดดิสก์ 7200 RPM ขนาด 500 GB พร้อมทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Lenovo ENCHANCED EXPERIENCE ซึ่งเป็น Windows 7 ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Lenovo และ Microsoft ที่ช่วยกันพัฒนาให้ Windows 7 บนโน้ตบุ๊ก ThinkPad สามารถบูตเครื่องได้เร็วขึ้น 57% และใช้เวลาปิดเครื่องได้เพียง 5 วินาทีเท่านั้น


ซอฟต์แวร์พิเศษอื่นๆ

นอก จากนี้แล้ว Edge 14 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี ThinkVantage ที่น่าสนใจประกอบไปด้วยระบบ Power Manager ระบบการจัดการการเข้าการเชื่อมต่อไร้สาย(802.11n) ระบบ Active Protection System ที่จะหยุดการทำงานของ HDD หากเกิดการสั่นสะเทือนหรือตกหล่น ระบบการกู้คืนข้อมูล ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่ได้มีการลงทุนทางด้าน ไอทีเหมือนกับบริษัทใหญ่ๆ นั้นมั่นใจได้ว่า โน้ตบุ๊กที่คุณใช้จะสามารถแก้ไขปัญหาด้านไอทีเบื้องต้นได้เอง

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สำหรับ คนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้ม Edge 14 ได้รับมาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่าง EPEAT GOLD, ENERGY STAR 5.0 และ RoHS ดังนั้นการเลือกใช้ Edge 14 นอกจากคุณจะได้โน้ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมแล้วยังช่วยอนุรักษ์สภาพแวด ล้อมโลกอีกด้วย

 


จาก arip

เปรียบมวย 4 สมาร์ทโฟนเด็ด - Galaxy 3, X6, OptimusOne, i-mobile 858

Posted on 2010-Nov-15 at 08:37
ช่วงนี้จะเรียกได้ว่าเป็นยุคสมาร์ทโฟนครองเมืองเลยก็ได้ เพราะมีรุ่นใหม่ออกมาเยอะยิ่งกว่า ฟีเจอร์โฟนธรรมดาซะอีก แต่ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงๆ จะอยู่ในระดับราคาหมื่นบาท ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานถือว่าพร้อมในแทบทุกด้านแล้ว สำหรับวันนี้ผมมี 4 สมาร์ทโฟนราคาเด็ดจาก 4 ค่ายมาเปรียบเทียบให้ชมกันครับ เชื่อว่าหลายท่านน่าจะวางแผนซื้อใช้ส่งท้ายปีกันอย่างแน่นอน ส่วนจะมีรุ่นไหน-ลูกเล่นการใช้งานเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันต่อ ....



[ LG Optimus One ]

[ Nokia X6 ]

[ i-mobile 858 ]

[ Samsung Galaxy 3 ]

คลื่นความถี่

  เรื่องคลื่นความถี่ 2G จะไม่พูดถึงนะครับ เพราะทุกตัวรับ Quadband GSM ได้หมด ส่วนเรื่อง 3G แทบไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เช่นเดียวกัน 3 ใน 4 รุ่นรับ 900/2100 MHz ใช้งาน 3G ของ AIS และโครงข่ายของ TOT ได้แน่นอน งานนี้ต้องมาวัดกันที่สปีดสูงสุดที่รับได้ ซึ่ง Optimus One ชนะไปแบบเฉียดชิว เพราะพี่แกทำสปีดดาวน์โหลดได้สูงสุด 7.2 Mbps ในขณะที่รุ่นอื่นๆ รับได้เพียง 3.6 Mbps เท่านั้น

วัสดุ-การประกอบ

  i858 และ Optimus One ใช้วัสดุตัวเครื่องค่อนข้างดีครับ มีโลหะ-พลาสติกปนๆ กันไป ทำให้ค่อนข้างทนทานพอตัว ส่วน X6 จะมีจุดอ่อนที่มีช่องว่างเยอะ และฝาหลังบางเฉียบ และ Galaxy 3 ที่บอดี้เป็นพลาสติกทั้งหมด ผิวแบบ Glossy เป็นรอยง่าย ดูแลรักษายากพอตัวเลยล่ะ

ขนาดหน้าจอ

  เรื่องนี้ต้องยกให้ทางไอโมบายเค้าไปครับ เพราะพี่แกมาพร้อมจอยักษ์ 4.3 นิ้ว ใหญ่กว่า Galaxy S ซะอีก นอกนั้นก็จะมีขนาดรองลงมา ซึ่งจอ X6 กับ Optimus One ขนาดจะเท่ากัน แต่อัตราส่วน และความกว้างหน้าจอจะไม่เท่ากันครับ

  ส่วนมัลติทัช Galaxy 3, i858 จะรองรับ 2 จุดเต็มอัตรา และ Optimus 1 ทำได้เหมือนกัน แต่ยังไม่เต็มที่เท่าไหร่ อย่างไรก็ดี ก็พอใช้งานในเบราเซอร์ คลังภาพ และในเกมบางเกมได้อยู่นะ

 

 

ความละเอียดหน้าจอ

  เรื่องนี้ตามจริงต้องยกให้ไอโมบายอีกตำแหน่งนึง เพราะพี่แกใส่ความละเอียด WVGA มาเลย แต่การใช้งานจริงยังไม่คมชัดสักเท่าไหร่ เพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่มากนั่นเอง ส่วน X6 ค่อนข้างคมชัดดี แต่สู้แสงไม่ค่อยได้ เมื่อเทียบกับ Optimus One ที่แม้จะความละเอียดน้อยกว่า แต่สู้แสงได้ดีมากครับ

ขนาด

  เรื่องขนาดเครื่องดูเหมือนว่า Galaxy 3 จะมีขนาดที่กะทัดรัดที่สุด และเบา บางที่สุดในบรรดา 4 รุ่น เนื่องจากบอดี้เป็นพลาสติกล้วนๆ และหน้าจอเพียง 3 นิ้ว ในขณะที่ X6, Optimus One มีขนาดพอดีมือ ไม่ใหญ่เกินไป ส่วน i858 ใหญ่มากครับ ไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่มือเล็กสักเท่าไหร่

ระบบปฏิบัติการ

  3 ใน 4 รุ่นที่เอามาเทียบกันวันนี้ใช้แอนดรอยด์ครับ มี X6 ที่ใช้ซิมเบี้ยน เรื่องแอพพลิเคชั่นสู้ไม่ได้อยู่แล้ว สำหรับ 3 รุ่นที่ใช้หุ่นเขียว ต้องยกให้ "Optimus One" ที่อัด Froyo มาให้ตั้งแต่เกิดเลย ไม่ต้องรออัพเกรดแบบ Galaxy 3 ส่วน i858 น่าจะตันที่ 2.1 ครับ เพราะสเปคค่อนข้างต่ำเกินที่จะอัพ 2.2 ได้

ระบบประมวลผล


  เรื่องซีพียูในซิมเบี้ยนเป็นตัวเดิมๆ ที่ใช้ใน 5800 XM, N97 ซึ่งสปีดค่อนข้างต่ำ ส่วนในแอนดรอยด์ทั้้ง 3 รุ่นใช้ซีพียูค่อนข้างใกล้เคียงกัน จึงต้องมาวัดกันที่แรมที่ให้มา ซึ่ง Optimus One ก็ได้เปรียบกว่าใครๆ เพราะให้มาเท่ารุ่นใหญ่คือ 512MB อย่างไรก็ดี ต้องดูที่ซอฟท์แวร์เครื่องว่าค่ายไหนจะปรับปรุงมาดีกว่ากันครับ

กราฟฟิค

  ในด้านการประมวลผลกราฟฟิค ไม่ต้องแปลกใจว่า "Optimus One" เป็นฝ่ายชนะขาดลอย เพราะในตัวติดชิปกราฟฟิค Adreno 200 ตัวเดียวกับใน A88, Nexus One, HTC Desire มาให้ในตัว ขณะที่รุ่นอื่นๆ ไม่มีชิปกราฟฟิคมาให้ ทำให้การประมวลผลกราฟฟิค โดยเฉพาะตอนเล่นเกมทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เมมโมรี่

  เฉพาะใน 4 รุ่นนี้ X6 ให้เมมภายในมา 8GB ถือว่าค่อนข้างเยอะ แต่กลับเพิ่มเมมนอกไม่ได้ ส่วนแอนดรอยด์ทั้ง 3 รุ่นมีเมมภายในสำหรับลงโปรแกรมพอๆ กันคือ 170 MB บางทีตั้งพึ่งการทำ App2SD เพื่อลงแอพพลิเคชั่นในเมมการ์ดได้ แน่นอนว่า Optimus One ทำได้เลย เพราะมันใช้ Froyo นั่นเอง แต่สำหรับ 2.1 จะต้องหาวิธีกันนิดนึง ไม่ยากหากคุณรู้เรื่องทางเทคนิคจ้า

ระบบนำทาง

  ทุกรุ่นรองรับระบบ GPS, A-GPS ครับ แต่เรื่องระบบนำทางต้องยกให้ 2 รุ่นคือ X6 และ Optimus One ที่ทั้งคู่มีโปรแกรมนำทางแบบ offline มาให้ในตัว (X6 ใช้ Ovi Maps, Optimus One ใช้ NDrive) และลิขสิทธิ์แผนที่-ระบบนำทางฟรีตลอดชีพ !! ส่วนประสิทธิภาพการใช้งานจริง ต้องยกให้ Ovi Maps เพราะมีแผนที่ภาษาไทย และระบบ 3D Maps ซึ่งอีกโปรแกรมไม่มีครับ

 

 

 

 

กล้อง

  คุณภาพกล้องใน 4 รุ่นนี้ Nokia X6 ทำได้ดีที่สุดทั้งภาพนิ่ง-วิดิโอ เพราะใช้เลนส์ Carl-Zeiss มีฟังก์ชั่นปรับแต่งมากพอสมควร ส่วนไอโมบายถึงจะ 5MP แต่รูปถ่ายออกมาจริงๆ ยังไม่แจ่มครับ และ Optimus One มีโหมดปรับโฟกัสด้วยตัวเอง (Manual Focus) ด้วย ซึ่งในรุ่นใกล้เคียงอย่าง Galaxy 3 ไม่มีโหมดนี้

 

 

ความจุแบตเตอรี่

  3 รุ่นแอนดรอยด์อัดแบตมาให้ 1500 mAh ครับ ดูเหมือนว่า i858 จะกินแบตมากที่สุด เพราะหน้าจอใหญ่ และมีลูกเล่นสูบแบตเช่น ทีวี  ส่วนการใช้งานบน Optimus One เล่นทวิตเตอร์ผ่าน Edge ติดต่อกัน 6 ชั่วโมง เหลือแบต 48 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าอึดพอตัว เช่นเดียวกับ Galaxy 3 ที่ทำได้ดีพอใช้ในด้านการจัดการพลังงาน ส่วนโนเกียคงไม่ต้องพูดถึง เพราะแบตเค้าอึดมากๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ

  ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเปรียบเทียบเบื้องต้นสำหรับสมาร์ทโฟน 4 รุ่นในระดับราคา 10000 บาท สุดท้ายแล้วก็ตามแต่ผู้ใช้จะเลือกซื้อกัน ตามความชอบ ลักษณะการใช้งาน งบประมาณ ฯลฯ เลือกที่ใช่ ใช้ที่ชอบครับ ... ^^

LG Optimus One - สัมผัสหุ่นเขียวสุดคุ้มแห่งปี เอื้อมได้ในราคาไม่ถึงหมื่น !!

Posted on 2010-Nov-15 at 08:35
ใกล้เข้าช่วงเทศกาลละลายทรัพย์ของชาวไอทีอย่างคอมมาร์ท นอกจากจะมีสินค้าไอทีตัวเด่นของงานอย่างคอมพิวเตอร์ โนตบุค วางขายแล้ว ในส่วนของมือถือก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่กำลังกลืนตลาดระดับกลางไปทีละน้อยๆ ถึงขนาดต้องจัดโซนสมาร์ทโฟนในงานขึ้นมาเลยทีเดียว .. สำหรับมือถือแอนดรอยด์ในระดับหมื่นบาทแล้ว พอจะมีตัวเลือกให้จับจองกันพอสมควร แต่ที่คุ้มค่าจริงๆ มีน้อยครับ และวันนี้มีอีกหนึ่งรุ่นจาก LG มานำเสนอกัน :)


LG P500 Optimus One

  LG ยังถือว่าใหม่ในตลาดแอนดรอยด์ครับ เพราะเพิ่งจะออกมาไม่กี่รุ่น และยังไม่มีรุ่นระดับไฮเอนด์วางขายเลย แต่ก็ถือว่าเป็นอีกแบรนด์ที่ตั้งใจมากๆ เพราะซุ่มพัฒนา "Optimus One" กับทางกูเกิ้ลอยู่นาน เพื่อที่จะทำให้มันดีที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช่รุ่นใหญ่ โดยจุดเด่นของรุ่นดังกล่าวมีดังนี้ครับ ...

Google's Reference Phone

  ทาง LG ให้ข้อมูลมาว่า ได้ร่วมมือกับทางกูเกิ้ลพัฒนา "Optimus One" โดยเฉพาะซอฟท์แวร์รุ่นมาตรฐานล่าสุด 2.2 (Froyo) ที่ลองผิดลองถูก แก้ไขหลายครั้งจนเสถียรที่สุด สามารถทำงานกับแอพพลิเคชั่นส่วนใหญโดยไม่มีปัญหา และกลายเป็นอีกหนึ่งโทรศัพท์ต้นแบบของกูเกิ้ล นอกจาก "Nexus One" ที่กลายเป็นตำนานไปแล้วล่ะ 

Android 2.2 Froyo

 รุ่นนี้มาพร้อมกับ "Android 2.2" หรือ Froyo ตั้งแต่เกิด (แถมร่วมกับกูเกิ้ลเพื่อพัฒนาอีกตะหาก) ดังนั้น User จึงไม่ต้องอัพเกรดอะไรให้วุ่นวาย แถมยังได้ใช้งานฟังก์ชั่นเด็ดๆ ในแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด แม้ว่าจะขาดๆ ไปบ้างเพราะข้อจำกัดทางสเปคก็ตาม :D

3.2" Screen

   ดูเหมือนว่าหน้าจอของ "Optimus One" จะกว้างเป็นพิเศษ เพราะขนาด 3.2 นิ้วก็จริง แต่แนวนอนกว้างถึง 8.1 cm. สามารถเอียงมุมจอได้กว้างพอตัว อีกทั้งยังสู้แสงแดดได้ดีด้วย และแน่นอนว่าเป็นจอแบบ Capacitive แล้วล่ะ ไม่ใช่แบบ Resistive ที่ใช้งานลำบากแบบ Optimus รุ่นแรก

1500 mAh Battery

  รุ่นหลังๆ ของแอลจีจะเน้นแบตอึดเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่รุ่นนี้จะอัดแบตก้อนใหญ่ 1500 mAh มาให้ และขอบอกว่าระบบจัดการพลังงานทำได้ดีมากครับ หากคุณใช้โหมด 2.5G รับประกันได้เลยว่าทิ้ง Mobile Booster ไว้บ้านได้เลย ใช้งานได้ทั้งวัน แถมเหลือไปใช้วันต่อไปได้อีกตะหาก

คุณสมบัติอื่นๆ


- รองรับคลื่นความถี่ GSM Quadband (850/900/1800/1900 เมกะเฮิร์ส)
- รองรับคลื่นความถี่ 3 จี (HSDPA) 900/2100 MHz
- เมมโมรี่ภายใน 170 เมกะไบต์, รองรับเมมโมรี่การ์ดภายนอกสูงสุด 16 กิกกะไบต์
- เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต-รับส่ง MMS, อีเมล์ผ่าน เอดจ์, 3 จี, ไวไฟ
- ถ่ายโอนข้อมูลผ่านบลูทูธ 2.1, ยูเอสบี 2.0 (ไมโครยูเอสบี)
- กล้องความละเอียด 3.0 ล้านพิคเซล พร้อมออโต้โฟกัส, แมนวลโฟกัส
- รองรับบันทึกวิดิโอความละเอียด 640x480 พิคเซล (18 เฟรมต่อวินาที)
- Social Hub อัพเดท Facebook, Twitter ได้เลยผ่านมือถือ
- รองรับการใช้งาน GPS, A-GPS ใช้งานผ่านโปรแกรม Google Maps, NDrive (ฟรีตลอดชีพ)
- วิทยุ FM, เครื่องเล่น MP3-วิดิโอ
- โปรแกรมดู-แก้ไขเอกสารออฟฟิศในตัว (ThinkFree office)
- รองรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 1500 มิลลิแอมป์ (LGIP-400N)

  ส่วนหน้าตา การใช้งานจริงของรุ่นนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามกันต่อได้ในหน้าถัดไปครับ :)

Gigabyte Geforce GT430 การ์ดจอรุ่นจิ๋วคุณภาพแจ๋ว สำหรับนักเล่นเกมที่ต้องการการ์ดจอราคาประหยัด

Posted on 2010-Nov-15 at 08:34

    ช่วงนี้ก็ห่างหายกันพอสมควรนะครับสำหรับการรีวิวทดสอบอุปกรณ์ Hardware จำพวกการ์ดจอ, เมนบอร์ด หรือ Hardware อื่นๆ หลายคนก็คงตั้งตารอคอยอยู่ว่าเมื่อไหร่เว็บไซด์ i3 จะ มีอุปกรณ์ดังกล่าวรุ่นใหม่ๆ มาทำการรีวิวทดสอบให้ได้ดูกันซักที เมื่อมีเสียงเรียกร้องกันมาขนาดนี้ ผมก็ไม่รอช้าก็จะหยิบเอาอุปกรณ์ Hardware ชิ้นแรกซึ่งเป็นการ์ดจอจากค่ายเขียว อย่าง nVidia แต่รุ่นนี้นั้นจะเป็นรุ่นเล็กที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน คาดว่าทางข่ายเขียวต้องการจะเจาะตลาดนักเล่นเกมที่อยากได้ตัวแรงในระดับล่าง สักตัวที่ราคาไม่แพงมากเท่าไหร่ นั่นก็คือ  Gigabyte GT 430 Oc โดยเจ้าตัวเล็กพริกขี้หนูตัวนี้นั้นจะเป็นการ์ดจอระดับล่างที่สามารถรองรับ DirectX11 และใช้ชิฟตัวใหม่คือ GF 108 แถมยังเป็นการ์ดจอตัวเล็กที่สามารถรองรับเทคโนโลยีระดับสูงอย่าง HD Blu-ray ได้อีกด้วย และอีกอย่างก็คือเจ้า Gigabyte GT 430 Oc  ตัวที่ผมได้รับมานี้เป็นตัวที่ถูก Overclock มาจากโรงงานอีกด้วย คุณภาพคับแก้วแบบนี้ ชักน่าสนใจมากใช่ไหมล่ะครับ งั้นเรามาเริ่มการทดสอบกันเลยดีกว่า

Specification


ย้อนกลับ | หน้า 1 จาก 3 | ถัดไป

รีวิวแนะนำ

- Asus K42JV โน้ตบุ๊กราคาสุดคุ้มจากรายการแบไต๋ไฮเทคกับสเปกครบๆ แบบนี้
- ThinkPad Edge สำหรับลุยงานนอกสถานที่ได้ทุกรูปแบบ
- เปรียบมวย 4 สมาร์ทโฟนเด็ด - Galaxy 3, X6, OptimusOne, i-mobile 858
- LG Optimus One - สัมผัสหุ่นเขียวสุดคุ้มแห่งปี เอื้อมได้ในราคาไม่ถึงหมื่น !!
- Gigabyte Geforce GT430 การ์ดจอรุ่นจิ๋วคุณภาพแจ๋ว สำหรับนักเล่นเกมที่ต้องการการ์ดจอราคาประหยัด
- Samsung 3D Total Solution ผู้นำโซลูชั่นความบันเทิงทะลุมิติ
- Bravia nx700 เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Sony
- จะเลือก iPhone หรือ Blackberry ดี?
- Samsung LED TV ผู้นำแอลอีดีทีวีตัวจริง
- Toshiba Qosmio X300
- เอเอสเค สแควร์ - ฟรีเวอร์ชัน แก้สระลอยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดชีพ
- Nokia N81
- เล็กซ์มาร์ก X646e สุดยอดเครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชันสำหรับลูกค้าองค์กร
- แอลจี มอนิเตอร์ L226W
- FUJITSU PRIMERGY TX 120 เซิร์ฟเวอร์ที่มีขนาดเล็ก เงียบ และประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก